posted on 21 Feb 2010 10:57 by girl-black
ภาวะโลกร้อนในช่วงหลังๆนี้ หลายประเทศคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบกับชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศแถบเส้นศูนย์ สูตร ความร้อนที่ว่าระอุแล้วมักจะยิ่งแผลงฤทธิ์มากขึ้นในช่วงหน้าร้อน เราน่าจะหันมาช่วยกันรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนกันอย่างจริงจังดี่ว่า โดยเฉพาะ การร่วมกันประหยัดพลังงานด้วย “กรีนอิเล็คทรอนิคส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” กับซัมซุง
ซัมซุง LED ทีวี ( ซัพเฮด)
ซัมซุงสร้างนิยามผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษสำหรับไลน์อัปสินค้าเอชดีทีวีในปี พ.ศ. 2552 โดยนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีหลอดภาพ LED ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับคุณภาพของการรับชมโทรทัศน์ พร้อมการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศจาก ICES 2009 ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ซัมซุง มีการนำไลน์อัปสินค้า LED ทีวีเต็มรูปแบบมาสู่ตลาด ในขนาดตั้งแต่ 40 นิ้วไปจนถึง 55 นิ้ว ดีไซน์บางโฉบเฉี่ยวและให้ความสว่างคมชัดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมตอบโจทย์วิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมแบบโกกรีนด้วยการลดปริมาณการใช้พลังงานได้ สูงสุดถึง 40% เมื่อเปรียบเทียบกับแอลซีดีทีวีทั่วไปซึ่งถือว่าเป็นอัตราการใช้พลังงานที่น้อยกว่ามาตรฐาน Energy Star อีกทั้งยังไม่มีส่วนประกอบที่ปนเปื้อนด้วยสารปรอทตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการแสดงภาพ นอกจากนี้ฐานวางและขาตั้งทีวีซัมซุงยังทำจากวัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นั่งดูทีวีอยู่บ้านเฉยๆ คุณก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้
เครื่องซักผ้าฝาหน้า “ซัมซุง WF448” ( ซัพเฮด)
ปฏิวัติการซักผ้าด้วยความเงียบ แถมประหยัดพลังงาน เครื่องซักผ้าฝาหน้า “ซัมซุง WF448” ที่เพิ่งจะได้รับรางวัล Eco-Design Award จากงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อผู้บริโภคนานาชาติประจำปี 2552 (ICES 2009) ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกามาหมาดๆ มาพร้อมกับเทคโนโลยี VRT TMเอกสิทธิ์เฉพาะจากซัมซุงที่ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้ WF448 เป็นเครื่องซักผ้าที่เสียงเบาที่สุดในขณะนี้ พร้อมถนอมผ้าด้วยพื้นผิวภายในถังแบบไดมอนด์ ดรัม (Diamond Drum) ที่ออกแบบให้เป็นรูปทรงของเพชรหลายร้อยเม็ดวางเรียง ลดโอกาสเสื้อผ้าถูกทำลายจากการติดเข้าไปในรูซัก โหมดการซัก SilverCareTM เอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุงช่วยถนอมสีผ้าและเนื้อผ้าที่มีเส้นใยบอบบางเป็นพิเศษ ประหยัดพลังงานถึง 92% เมื่อเทียบกับการซักโดยใช้น้ำร้อน
โทรศัพท์มือถือซัมซุง F268 ( ซัพเฮด)
“ซัมซุง F268” เป็นโทรศัพท์มือถือลดโลกร้อนที่มีรางวัลการันตีสดๆ ร้อนๆ จากกรีนพีซ (Green Peace) ปีนี้ ในสาขา “Greenest Mobile Phone” หรือ “โทรศัพท์มือถือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด” โดยผ่านการคัดเลือกชนะคู่แข่งแบรนด์อื่นๆมากมายจนได้รับฉายาว่าเป็น “โทรศัพท์มือถือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในวงการ ณ ปัจจุบัน” ตัวเครื่องทำด้วยวัสดุปลอดสารทนไฟประเภทโบรมีน หรือ BFR (Brominated Flame Retardant) และสารพีวีซี (Polyvinyl Chloride) 100 % รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่ใช้กับโทรศัพท์ก็ไร้สารพีวีซีและสาร BFR ยังมีระบบตั้งเตือนให้ผู้ใช้ถอดปลั๊กเสียบชาร์จเมื่อแบตตารี่ชาร์จไฟจนเต็มแล้ว ทั้งยังได้รับมาตรฐาน Energy Star มาตรฐานสากลจากสำนักงานรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาและกรมการพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
“ซัมซุง ดิจิตอล โฟโต้เฟรม SPF-71E” (ซัพเฮด)
ประสบการณ์ใหม่สำหรับการดิสเพลย์ภาพประทับใจด้วยกรอบรูป “ซัมซุง ดิจิตอล โฟโต้เฟรม SPF-71E” ขนาดจอกว้าง 7 นิ้ว ฉีกแนวกรอบรูปตั้งโต๊ะแบบเดิมๆ ให้คุณสามารถต่อเชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงภาพไฟล์ JPEG ในแบบสไลด์โชว์ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบ USB และ SD Card ให้คุณสามารถ นำไฟล์จาก External Port เหล่านี้มาแสดงบนกรอบรูปได้อย่างน่าอัศจรรย์ คุณภาพสีสดสวย คมชัด ด้วยค่า ความสว่างหน้าจอ 200 แรงเทียนต่อตารางเมตรและค่า Contrast Ratio 500:1 พร้อมความจุภายใน 120 เมกะไบต์ที่มีระบบย่อไฟล์อัตโนมัติ Auto-Resizing ให้คุณสามารถเซฟไฟล์ภาพบนเมมโมรีของกรอบรูปได้มากขึ้น มาพร้อมฟังก์ชัน “Clever Clock” สามารถตั้งเวลาบนภาพหรือบนหน้าจอเพื่อเช็กเวลาได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และที่เป็นไฮไลต์โดดเด่นที่สุดสำหรับเก็ดเจ็ทโกกรีนชิ้นนี้คือการประหยัดพลังงาน สูงสุดโดยใช้ไฟเพียง 7 วัตต์ หรือ 15 บาทต่อเดือน
จอภาพมอนิเตอร์คริสตัลดีไซน์ “ซัมซุง อีโค่ฟิต” ( ซัพเฮด)
จากความสวยงามในแบบฉบับคริสตัลดีไซน์จากซัมซุงที่ได้สร้างความฮือฮาให้แก่วงการจอมอนิเตอร์และแอลซีดีทีวีในปีที่แล้วด้วยแถบสีแดงประกายบนกรอบจอที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคริสตัลแห่งมูราโน่ ในปีนี้ซัมซุง ได้เลือกโทนสีที่เย็นตาขึ้นอีกอย่างเฉดสีเทาหรูหรามาสร้างความตระการตาให้แก่จอมอนิเตอร์คริสตัลดีไซน์ “ซัมซุง อีโค่ฟิต (Samsung Eco Fit)” จอภาพบางเฉียบเพียง 30 มิลลิเมตร 3 รุ่น ได้แก่ P2070, P2270 และ P2370 ให้การดิสเพลย์ภาพระดับไฮเดฟฟินิชันด้วยอัตราความเร็วตอบสนอง (Response Time) เพียง 2 มิลลิวินาทีบนจอ ไวด์สกรีน 16:9 พร้อมค่า Contrast Ratio 50,000:1 มีสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับจอมอนิเตอร์ธรรมดาโดยลดการใช้หลอดภาพภายในจอให้เหลือเพียง 2 ตัวจากรุ่นธรรมดา ที่ใช้หลอดภาพถึง 4 ตัว และยังมีกระบวนการผลิตที่ใส่ใจเลือกใช้สีและสเปรย์พ่นจอผลิตภัณฑ์ที่เป็นสี ปลอดสารเคมีอันตรายเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพผู้ใช้งาน นอกจากนี้หน้าจอยังทำด้วยวัสดุชิ้นเดียว ให้คุณสามารถนำมอนิเตอร์เครื่องที่เก่าแล้วกลับไปใช้รีไซเคิลได้ทั้งเครื่อง เรียกว่าเป็นมอนิเตอร์สุดยอดโกกรีนที่แค่มีใช้ในบ้านก็เย็นชื่นอิ่มใจรับหน้าร้อนกันได้แล้ว
edit @ 21 Feb 2010 11:00:11 by girl-black
posted on 21 Feb 2010 10:51 by girl-black
แฟชั่นแบบตามใจ เป็นกระแสใหม่กำลังมาของสาวๆยุคทันสมัย ทั้งตามใจคนใส่ ตามใจคนออกแบบ ตามใจคนขาย “ตามใจกันไปตามใจกันมา” คือ คำนิยามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเว็บไซต์ www.SiamSquare.co.th ซึ่งจะช่วยสร้างแบรนด์ขายเสื้อผ้าแฟชั่นที่สร้างขึ้นเพื่อเอาใจผู้บริโภคและดีไซเนอร์ในคราวเดียวกัน โดยใช้ Crowd sourcing model หรือการใช้พลังมวลชนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสนับสนุนวงการแฟชั่นดีไซเนอร์ของไทย สู่ตลาดโลกและตอบสนองของความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้หันมาบริโภคสินค้าและบริการออนไลน์มากขึ้น
กิจกรรมภายในเว็บไซต์ www.SiamSquare.co.th ที่น่าสนใจคือการเปิดประกวดแฟชั่นในทุกๆ 10 วัน เพื่อให้บรรดายังดีไซเนอร์ได้นำเสนอผลงานของตนเองอย่างอิสระพร้อมรับฟังเสียงจากผู้บริโภคในขณะเดียวกัน และนำไปปรับปรุงผลงานที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยผลงานที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากรอบการประกวด จะถูกนำไปผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ของดีไซเนอร์นั้นๆ
posted on 21 Feb 2010 10:39 by girl-black
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า (NASA) และ เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เผยความร่วมมือครั้งใหม่โดยการผลักดันการพัฒนาหุ่นยนต์เจนเนอเรชั่นล่าสุด รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์อื่นๆเพื่อการประยุกต์ใช้งานสำหรับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
เอดจ์ คอนโทรล (Edge Control), เซ็นเซอร์ (Sensor) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการมองเห็น (Vision) ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์จากนาซ่าและจีเอ็มได้ร่วมมือกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนาโครงการนี้ตามข้อตกลง Space Act Agreement ที่ศูนย์อวกาศจอห์นสันของนาซ่า (NASA’s Johnson Space Center) เพื่อสร้างสรรค์หุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์ที่สามารถทำงานควบคู่ไปกับพนักงานของทั้งสององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหมายรวมถึงการเอื้อประโยชน์ให้ทางจีเอ็มสามารถผลิตรถยนต์ที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นในฐานการผลิตรถยนต์ที่ได้รับการยกระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้น รวมถึงการช่วยให้นักบินอวกาศของนาซ่าสามารถใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์รุ่นใหม่นี้ได้ในระหว่างการดำเนินภารกิจที่เสี่ยงภัยทั้งหลายในอวกาศ
ความคิดในการนำเอาหุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีศักยภาพในการบังคับมือของมันในการทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเหมือนกับคนมาใช้ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใดในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หุ่นยนต์นักบินอวกาศ หรือที่รู้จักกันว่า “Robonaut” ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการท่องอวกาศ และได้รับการสร้างสรรค์โดยแผนกซอฟท์แวร์ โรบ็อทติคส์ และซิมมิวเลชั่นแห่งศูนย์อวกาศจอห์นสัน ด้วยความร่วมมือจากสถาบันโครงการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงด้านกลาโหม (Defense Advanced Research Project Agency) เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมานาซ่าได้สั่งสมประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการคิดค้น และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานในอวกาศด้านต่างๆ ซึ่งมีศักยภาพสูงในการใช้ประโยชน์ได้ดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อนาซ่าได้มีโอกาสปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์อีกครั้ง
ภารกิจร่วมกันดังกล่าวเป็นการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่จะเอื้อประโยชน์ให้จีเอ็มสามารถพัฒนายานพาหนะที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และมีคุณภาพยอดเยี่ยม รวมถึงสามารถผลิตยานพาหนะเหล่านั้นในฐานการผลิตที่มีระบบความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กลยุทธ์ของจีเอ็มคือการพัฒนากระบวนการประกอบรถยนต์ให้มีการบูรณาการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์เข้ากับการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ จีเอ็มกำลังเร่งมองหาวิถีทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยของยานพาหนะที่มีสมรรถนะเหนือชั้นสู่โลกแห่งยานยนต์ชั้นนำ
“สำหรับจีเอ็มแล้ว การพัฒนาร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญในด้านความปลอดภัยของยานพาหนะคุณภาพ และโรงงานผลิต เมื่อเราพูดถึงยานยนต์เพื่ออนาคต ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เช่น การควบคุมเทคโนโลยีการมองเห็น (Control Censor and Vision) สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างสรรค์ระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยสำหรับยานยนต์ได้เป็นอย่างดี” มร. อลัน เทาบ์ รองประธานจีเอ็มโกลบอลฝ่ายวิจัยและพัฒนา แสดงความคิดเห็น “วิสัยทัศน์ของการร่วมมือกันครั้งนี้ คือการสำรวจหนทางใหม่ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีเพื่อการทำงานร่วมกันกับมนุษย์ได้อย่างมีความสอดคล้องกลมกลืน ซึ่งจะนำมาสู่การสร้างสรรค์ยานพาหนะที่ดีกว่าและมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นในด้านความปลอดภัย ภายใต้สิ่งแวดล้อมการผลิตที่มีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้นไปตามลำดับ”
“ความท้าทายของเราวันนี้คือการสร้างเครื่องจักรที่สามารถช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานและสำรวจอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” มร. ไมค์ โค้ทส์ ผู้อำนวยการศูนย์อวกาศจอห์นสัน กล่าว “การที่หุ่นยนต์อย่าง Robonaut สามารถทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับมนุษย์ หรือไปปฏิบัติภารกิจในสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากเกินไปสำหรับมนุษย์ได้ ถือเป็นการขยายขีดความสามารถของเราสำหรับการสร้างสรรค์ และการค้นพบสิ่งต่างๆ ต่อไป”
ด้วยความร่วมมือของทั้งสององค์กร ผนวกกับความช่วยเหลือจากทีมวิศวกรจากบริษัท Oceaneering International Inc. โครงการนี้จะสามารถดำเนินการพัฒนาและสร้างสรรค์หุ่นยนต์ Robonaut รุ่นต่อไปที่มีชื่อเรียกว่า Robonaut2 หรือ R2 โดยเป็นหุ่นยนต์ที่มีคุณสมบัติในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่า มีสมองกลที่ประมวลผลได้ว่องไวกว่า อีกทั้งยังเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์ที่มีความทันสมัยกว่า หุ่นยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่นี้สามารถใช้มือของมันในการทำงานต่างๆ ได้เหนือกว่าหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์รุ่นใดๆ ที่เคยมีมา นอกจากนี้มันยังสามารถทำงานร่วมกับคนได้ทั้งภายใต้สิ่งแวดล้อมต่างๆ บนโลกมนุษย์และในอวกาศ
ทั้งนาซ่าและจีเอ็มมีประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและยาวนานในเรื่องของความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่างๆ มากมาย โดยเริ่มจากศตวรรษที่ 60 ด้วยการพัฒนาระบบนำร่องสำหรับการสำรวจอวกาศหลายครั้งด้วยยานอพอลโล ซึ่งได้กลายเป็นพื้นฐานระบบนำร่องภายในสำหรับยานพาหนะในปัจจุบัน และทางจีเอ็มก็ได้มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา Lunar Rover Vehicle ซึ่งเป็นยานพาหนะคันแรกที่นำไปใช้ในการสำรวจบนพื้นผิวดวงจันทร์ สำหรับความร่วมมือล่าสุดคือการตั้งเป้าหมายไปยังการพัฒนา และใช้หุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์เพื่อขยายโอกาสในการสร้างความก้าวหน้าไปสู่แวดวงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในอีกขั้น